สินเชื่อส่วนบุุคคลคือ?

ความแตกต่างระหว่าง บัตรเครดิต กับ บัตรกดเงินสด สินเชื่อส่วนบุคคลซึ่งจะประกอบไปด้วยอัตราดอกเบี้ย ซึ่งอัตราดอกเบี้ยก็จะแตกต่างกันไป ในการตัดสินที่จะทำบัตรเป็นเรื่องที่คิดหนักเพราะไม่แน่ใจตัวเองว่าควรจะทำบัตรเครดิตหรือบัตรกดเงินสดดี

สินเชื่อส่วนบุุคคลคือ

หากพูดถึงสินเชื่อนั้นอาจจะกว้างมากสำหรับผู้ที่ยังไม่เข้าใจว่าสินเชื่อนั้นมีกี่ประเภท ซึ่งความเป็นนั้นสินเชื่อในปัจจุบันนั้นมีมากมาย โดยแบ่งออกเป็นหลักได้ คือสินเชื่อเพื่อธุรกิจ และ สินเชื่อส่วนบบุคคล สินเชื่อเงินสด สำหรับสินเชื่อเพื่อธุรกิจ ก็จะแยกออกเป็นสินเชื่อประเภทย่อยออกไปอีกมากมาย เช่นสินเชื่อเพื่อขยายธุรกิจ สินเชื่อเพื่อขยายโรงงาน สินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่องการเงิน และอื่นๆอีกมาย แต่ที่จะกล่าวถึงในบทความนี้ คือ สินเชื่อส่วนบุคคล

สินเชื่อส่วนบุคคล คือ สินเชื่อที่สถาบันการเงินบริการให้กับบุคคลทั่วไป ซึ่งสินเชื่อส่วนบุคคลจะมีความหมายที่ชัดเจนอีกอย่างคือสินเชื่ออเนกประสงค์ ไม่ต้องมีหลักทรัพย์ในการคํ่าประกันเพื่อขอสินเชื่อเงินสด และสินเชื่อที่จะได้รับก็ขึ้นอยู่กับรายได้ของผู้ขอสินเชื่อ ซึ่งจะไม่เกินห้าเท่าของรายได้ โดยสินเชื่อในลักษณะนี้คือ สินเชื่อบัตรเครดิต สินเชื่อเงินสดและสินเชื่อบัตรกดเงินสด บัตรเครดิตหรือบัตรกดเงินสด เป็นผลิตภัณฑ์ที่ผู้ถือบัตรสามารถนำบัตรไปชำระค่าสินค้าและบริการ ในขณะที่บัตรกดเงินสดจะสามารถนำไปกดเงินสด ในความแตกต่างระหว่าง บัตรเครดิต กับ บัตรกดเงินสดนั้นต่างเพียงที่ บัตรเครดิตสามารถกดเงินสดได้ แต่ดอกเบี้ยจะสูงกว่า บัตรกดเงินสด เนื่องจากบัตรเครดิตถูกผลิตออกมาเพื่อไว้ชำระค่าสินค้าและบริการแต่ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้กดเงินสด แม้ว่าจะกดเงินสดออกมาได้แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่ผู้ถือบัตรเครดิตควรจะทำ ในส่วนของสินเชื่อส่วนบุคคลนั้นจะมีจุดเด่นสำหรับบุคคลทั่วไปดังนี้

- อัตราดอกเบี้ยที่ตํ่าระหว่าง 18% - 20% ต่อปี สินเชื่อที่มีอัตราดอกเบี้ยในลักษณะนี้คือเป็นอื่นไปไม่ได้ คือ บัตรเครดิต บัตรเครดิตจะมีอัตราดอกเบี้ยสำหรับผิดนัดชำระหรือชำระขั้นตํ่า โดยผู้ถือบัตรสามารถผิดนัดชำระได้หรือชำระขั้นตํ่าได้ แต่จะต้องเจอกับดอกเบี้ยที่สถาบันการเงินกำหนดไว้ไม่เกิน 20% ต่อไป แต่อย่างไรก็แม้จะนี้จะเป็นช่องทางที่ช่วยให้สำหรับผู้ที่มีบัตรเครดิต แต่ไม่มีวินัยในการชำระได้ยืดเวลาในการชำระ แต่หากมีการสะสมมากขึ้นทุกเดือนๆ ก็อาจจะนำไปสู่หนี้ก้อนโตที่เพิ่มมากขึ้นได้

- ไม่ต้องมีหลักทรัพย์คํ้าประกัน เนื่องจากสินเชื่อในลักษณะส่วนบุคคลจะมีวงเงินในการอนุมัติที่ไม่สูงจึงไม่จำเป็นที่จะต้องมีหลักทรัพย์คํ้าประกันเหมือนกับการขอสินเชื่อเพื่อธุรกิจ หรือสินเชื่อที่มีวงเงินอนุมัติสูง เช่น สินเชื่อเพื่อซื้อบ้าน สินเชื่อเพื่อธุรกิจ

ที่กล่าวมาข้างต้นคือประเภทของสินเชื่อส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องในเรื่องของรายละเอียดเกี่ยวกับสินเชื่อส่วนบุคคล ซึ่งการขอสินเชื่อส่วนบุคคลนั้นผู้ขอสามารถดำเนินการได้ด้วยตนเองที่สาขาที่เดินทางสะดวก หรือผ่านตัวแทนที่ได้รับมอบหมายจากสถาบันการเงิน แต่ในปัจจุบันการขอสินเชื่อส่วนบุคคลก็มีความไม่ปลอดภัยแฝงอยู่ โดยเฉพาะสินเชื่อนอกระบบ ที่ต่างหลอกลวงผู้บริโภคว่าให้วงเงินที่สูงกว่าปรกติ และโฆษราว่าได้รับเงินทันทีภายใน 30 นาที สิ่งนี้สร้างความเสียหายมาแล้วต่อผู้ที่หลงเชื่อ แต่ก็ยังมีผู้ที่หลงเชื่อคำโฆษณาเหล่านี้ ลักษณะของกลโกงของกลุ่มปล่อยสินเชื่อนอกระบบจะมีวิธีการดังนี้

เมื่อลูกค้าทำการติดต่อไปยังหมายเลขที่ติดอยู่ตามตู้โทรศัพท์ ปลายสายจะทำการแจ้งรายละเอียดต่างๆ โดยส่วนใหญ่ผู้ที่ติดต่อกลุ่มเหล่านี้จะมีจุดอ่อนคือ มีหนี้อยู่แล้ว และมีประวัติการชำระที่ไม่ดี จึงเข้าทางของกลุ่มโกงเหล่านั้น โดยปลายสายจะแจ้งว่าลูกค้าสามารถที่จะขอสินเชื่อได้แม้จะมีประวัติค้างชำระ เมื่อลูกค้าทำการตกลงที่จะขอสินเชื่อนอกระบบ ผู้ให้บริการนอกระบบจะพาลูกค้าไปซื้อสินค้า เช่น โทรทัศน์ ตู้ เย็น หรือโน๊ตบุ๊ค โดยการซื้อแบบผ่อนชำระผ่านบัตร หากไม่มีบัตร ทางผู้ให้บริการก็จะพาไปเปิดบัตรใหม่ เมื่อได้รับสินค้าแล้ว ผู้ให้บริการนอกระบบจะทำการเก็บสินค้าไว้ จากนั้นนำเงินสดให้กับลูกค้า โดยทำการหักค่าบริการ 30% จากราคาสินค้า เช่น ซื้อโทรทัศน์ราคา 1 แสนบาท ผู้ให้บริการจะหัก 30% และจ่ายเงินสดให้กับลูกค้า 7 หมื่นบาท แต่ลูกค้าจะเป็นหนี้เงินกู้ทั้งสิ้น 1 แสนบาท และลูกค้าก็จะต้องมีหน้าที่ในการผ่อนสินค้าราคา 1 แสนบาท โดยไม่ได้สินค้าไปใช้งาน พร้อมดอกเบี้ย และค่าปรับ จากสถาบันการเงิน โดยที่ผู้ให้สินเชื่อนอกระบบจะไม่ต้องรับผิดชอบใด และนำสินค้าไปขายต่อได้ ความทุกข์ก็ตกที่ลูกค้า

จากที่กล่าวมาคือกลโกงของกลุ่มที่อ้างว่าสามารถให้สินเชื่อได้ แท้จริงก็คือการหลอกหลวง เราจึงขอเสนอแนะวิธีการที่จะป้องกันการถูกหลอกหลวงจากคนกลุ่มนี้ คือ

- ผู้ที่ต้องการขอสินเชื่อเงินสดหรือสินเชื่อใดๆ ก็ตามควรทำการติดต่อขอกับทางสถาบันการเงินที่ได้รับการรับรองจากธนาคาแห่งประเทศไทย เนื่องจากการกู้นอกระบบจะมีดอกเบี้ย และค่าธรรมเนียมที่แพงกว่าสถาบันการเงินแล้ว ยังก่อให้เกิดอันตรายได้ เมื่อไม่สามารถทำการชำระค่างวดได้

- ตรวจสอบอัตราดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม ก่อนที่จะทำการตกลงใดๆ แม้ว่าบุคคลนั้นจะเป็นบุคคลที่รู้จักสนิทกัน เพราะบางครั้งเรื่องเงินอาจจะไม่เข้าใครออกใคร เมื่อพูดถึงอัตราดอกเบี้ย อยากที่จะนำเสนอข้อมูงเพิ่มเติมเกียวกับดอกเบี้ย ดอกเบี้ยสามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภทดังต่อไปนี้

⒈ MLR (Minimum Loan Rate) คือ อัตราดอกเบี้ยที่ทางสถาบันการเงินจะทำการเรียกเก็บจากลูกค้ารายใหญ่ที่เรียกว่าลูกค้าชั้นดี เช่น มีประวัติการเงินที่ดี มีรายรับรายจ่ายที่สมํ่าเสมอ มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ที่เชื่อถือได้ มีเหมาะสมสำหรับจำนวนเงินที่ขอกู้ ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นการขอสินเชื่อที่มีระยะเวลาในการกู้ที่ยาวและมีกำหนดระยะเวลาที่แน่นอน เช่น สินเชื่อเพื่อธุรกิจ เนื่องจากสินเชื่อเพื่อธุรกิจจะมีระยะเวลาในการให้สินเชื่อที่ยาว มากกว่า 5 ปี และระยะเวลาผ่อนชำระที่ยาวเช่นเดียวกัน

⒉ MOR (Minimum Overdraft Rate) คือ อัตราดอกเบี้ยที่สถาบันการเงินจะทำการเรียกเก็บจากลูกค้ารายใหญ่ชั้นดีประเภทวงเงินเบิกเกินบัญชี หรือเรียกว่า OD เป็นสินเชื่อที่ลูกค้าสามารถขอเปิดวงเงินเบิกเกินบัญชีที่มีอยู่ ซึ่งการขอสินเชื่อประเภทนี้จะต้องมีหลักคํ้าประกันด้วย โดยลูกค้าสามารถทำการเบิกเงินผ่านบัญชีกระแสรายวันได้ตลอดเวลา แต่ไม่เกินวงเงินที่สถาบันการเงินได้กำหนดไว้

⒊ MRR (Minimum Retail Rate) คือ อัตราดอกเบี้ยที่สถาบันการเงินจะทำการเรียกเก็บจากลูกค้ารายย่อยชั้นดี เช่น สินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อที่อยู่อาศัย ประเภทสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยจะเป็นสินเชื่อที่ผู้ให้กู้จะปล่อยสินเชื่อ 80% ของราคาบ้าน เช่นราคาบ้านราคา 1 ล้านบ้าน ผู้ขอสินเชื่อจะต้องออกเงินสด 2 แสนบาท ในส่วนที่เหลือ 8 แสนบาท ทางสถาบันการเงินจะเป็นผู้ปล่อยกู้ให้

   อย่างไรก็ตามสินเชื่อส่วนบุคคลก็ยังถือว่าได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก สำหรับการขอสินเชื่อไม่ว่าจะเป็น สินเชื่อเงินสดหรือ สินเชื่อส่วนบุคคลเพื่อต้องการนำเงินมาหมุนเวียนใช้จ่ายก่อน ใช้ซื้อสินค้า บริการ กรณีฉุกเฉินที่ต้องการเงินเร่งด่วน เพื่อนำไปลงทุนทำธุรกิจหรือเอาเงินก้อนนี้ไปชำระหนี้สินจากเงินกู้นอกระบบอีกทีหนึ่ง โดยการผ่อนบริการสินเชื่อเงินสดหรือสินเชื่อส่วนบุคคลผู้ให้สินเชื่อจะพิจารณาให้ตามความสามารถในการชำระของลูกหนี้ ทำให้ทุกวันนี้สถาบันธนาคารพาณิชย์จึงได้มีการแข่งขันจัดโปรโมชั่นแคมเปญสินเชื่อส่วนบุคคลต่างๆ เช่น สมัครครั้งเดียวผ่าน อนุมัติเร็ว ดอกเบี้ยถูก ไม่ต้องมีบุคคลค้ำประกันให้ยุ่งยาก เพื่อให้ลูกค้าสนใจ เพราะเป็นสินเชื่อส่วนบุคคลแบบได้เงินมาเป็นก้อนทีเดียว แล้วค่อยมาผ่อนจ่ายชำระเป็นทีละงวดไป รวมเงินต้นและดอกเบี้ยไปด้วย ตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ อาจจะ 6 เดือน 1 ปี ไปจนถึง 5 ปี ก็ยังมี สำหรับข้อดีของสินเชื่อส่วนบุคคลที่ต่างจากสินเชื่ออื่นๆ คือ มีระยะเวลาในการผ่อนนาน ยิ่งกู้มากก็ยิ่งเสียดอกเบี้ยต่ำ จึงดีกว่าบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด ที่มีดอกเบี้ยที่ตายตัวและถ้าครบกำหนดไม่จ่ายดอกเบี้ยก็ทบไปเรื่อยๆ ซึ่งจะเหมาะกับผู้ใช้ที่มีความสามารถในการชำระหนี้ได้รวดเร็ว เพราะฉะนั้นไม่ว่าคุณจะเลือกใช้ตามความจำเป็นและสถานการณ์ฉุกเฉินที่จะต้องใช้เงินแบบไหน ทางที่ดีไม่ควรกู้มาใช้จ่ายฟุ่มเฟือย จนเป็นหนี้บานปลาย

จากที่กล่าวมาทั้งหมดเป็นข้อมูลที่นำเสนอในด้านของสินเชื่อส่วนบุคคล ซึ่งจะประกอบไปด้วยอัตราดอกเบี้ย ซึ่งอัตราดอกเบี้ยก็จะแตกต่างกันไป โดยขึ้นอยู่กับประเภทของสินเชื่อ และประเภทของอัตราดอกเบี้ยที่ถาบันการเงินได้กำหนด เช่น อัตราดอกเบี้ยแบบลอยตัว และดอกเบี้ยแบบคงที่ แต่ละอัตราก็มีคุณสมบัติที่แตกต่างกันตามที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น รวมถึงการขอสินเชื่อ การขอสินเชื่อควรที่จะทำการขอสินเชื่อผ่านสถาบันการเงิน เพราะหากหลงเชื่อกลุ่มที่ปล่อยสินเชื่อนอกระบบ จะทำให้ต้องแบกภาระที่สูงกว่าในด้านของดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมที่สูงกว่าสถาบันการเงินหลายเท่า และผลสุดท้ายก็นำมาซึ่งหนี้สินที่มหาศาล และอาจจะอันตรายต่อชีวิต เพราะการติดตามทวงหนี้ของเงินกู้นอกระบบนั้นโหดร้าย ดังที่เราได้ยินได้ฟังผ่านข่าวในแต่ละวัน ท้ายที่สุดการขอสินเชื่อจะต้องทำผ่านสถาบันการเงิน และประเมินว่าแต่ละสถาบันการเงินใดให้ดอกเบี้ยที่ตํ่าและระยะเวลาการผ่อนชำระที่ยาว น่าจะเป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุด