ความแตกต่างระหว่าง บัตรเครดิต กับ บัตรกดเงินสด สินเชื่อส่วนบุคคลซึ่งจะประกอบไปด้วยอัตราดอกเบี้ย ซึ่งอัตราดอกเบี้ยก็จะแตกต่างกันไป ในการตัดสินที่จะทำบัตรเป็นเรื่องที่คิดหนักเพราะไม่แน่ใจตัวเองว่าควรจะทำบัตรเครดิตหรือบัตรกดเงินสดดี


กลโกงการสมัครบัตรเครดิต

กลโกงที่มาพร้อมกับการสมัครบัตรเครดิต

พฤติกรรมของการสมัครบัตรเครดิตของผู้คนในยุคปัจจุบันต่างต้องการที่จะมีบัตรเครดิตไว้ใช้ เพื่อเพิ่มความสะดวกในการใช้ชำระค่าสินค้าและบริการ และสิทธิประโยชน์มากมายที่มาพร้อมกับบัตร ไม่ว่าจะเป็นการสะสมคะแนนหรือการแลกของรางวัลจากคะแนนสะสม พร้อมทั้งการนำคะแนนสะสมแลกเป็นส่วนลดเพิ่มเติมในร้านค้า เป็นต้น สิ่งเหล่านี้จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ผู้คนมากมายต่างต้องการที่จะครอบครองบัตรเครดิต เมื่อตัดสินที่จะสมัครบัตรเครดิตแล้ว ก็มาถึงขั้นตอนที่จะต้องทำการสมัคร ซึ่งการสมัครบัตรเครดิตนั้นมีอยู่ 3 ช่องทางหลักๆคือ

⒈ ผ่านออนไลน์ นี้คือช่องทางที่ผู้สมัครสามารถสมัครผ่านออนไลน์ที่สถาบันการเงินเปิดให้ผู้สมัครสามารถกรอกข้อมูลเบื้องต้น เมื่อทำการกรอกข้อมูลเบื้องต้นแล้ว ก็จะมีเจ้าหน้าที่จากสถาบันการเงินติดต่อมาเพื่อขอเข้ามารับเอกสาร ในขั้นตอนนี้ผู้สมัครเพียงจัดเตรียมเอกสารและเซ็นชื่อในเอกสารให้ครบ

⒉ สมัครผ่านตัวแทนที่แต่งตั้งโดยสถาบันการเงิน ช่องทางนี้จะมีเจ้าหน้าที่ที่ได้รับการรับรองจากสถาบันการเงินทำการเก็บเอกสารและนำเอกสารไปส่งให้กับทางสถาบันการเงิน โดยการสมัครกับเจ้าหน้าที่หรือตัวแทนเป้นอีกช่องทางหนึ่งที่เพิ่มความสะดวกให้กับผู้สมัคร เพราะตัวแทนจะมักตั้งบูตเพื่อรับสมัครตามห้างสรรพสินค้าหรืองานต่างๆ

⒊ สมัครที่สาขา นี้เป็นอีกช่องทางที่สะดวกและปลอดภัยที่สุด ที่กล่าว่าปลอดภัยเพราะเอกสารทุกแผ่นจะถูกส่งไปที่เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลทันที โดยมีการนำเอกสารไปพักไว้ที่หนึ่งที่ใดก่อนที่จะนำไปตรวจสอบ

ที่กล่าวเบื้องต้นเพื่อชี้ให้เห็นช่องโว้ที่เกิดขึ้นของการสมัครบัตรเครดิตที่เป็นเหตุให้เกิดกลโกงที่มาพร้อมกับการสมัครบัตรเครดิต ซึ่งช่องโว้ที่ว่าก็คือ การสมัครผ่านตัวแทน เนื่องจากว่าตัวแทนจะมีหน้าที่รวบรวมเอกสารของผู้สมัคร เมื่อใบสมัครหรือเอกสารลับตาจากผู้สมัครแล้ว ตัวแทนอาจจะทำการปลอมแปลงเอกสารสำคัญเหล่านั้น และนำไปใช้ในทางที่ไม่ถูกต้อง หรือรวมถึงแก้ไขที่จัดส่งบัตรเครดิตไปที่อยู่ของตัวแทน เพื่อรับบัตรแทน และในจังหวะที่บัตรได้ไปอยู่ในมือของตัวแทนแล้ว ก็จะนำบัตรไปรูดโดยที่ ผู้เสียหายก็คือผู้สมัครบัตรเครดิตนั้นเอง กลโกงนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง แม้จะไม่เป็นข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ แต่เราก็สามารถป้องกันเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นกับการสมัครบัตรเครดิตของคุณได้ โดยก่อนที่จะตัดสินใจสมัครบัตรเครดิต ควรทำการตรวจสอบชื่อและบัตรประชำตัวของผู้รับสมัครบัตรก่อน หรือเมื่อได้ชื่อแล้วให้ทำกาติดต่อกับ Call Center ของสถาบันการเงินนั้นๆ เพื่อตรวจสอบข้อมูลว่าเป็นพนักงานจากสถาบันการเงินจริง เพื่อป้องกันว่าไม่ได้หลอกลวงว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากสถาบันการเงิน เมื่อตรวจสอบแน่ชัดแล้วว่าเป็นเจ้าหน้าที่จริง ให้ทำการกรอกข้อมูลและที่สำคัญเอกสารทุกใบจะต้องทำการเซ็นชื่อ โดยขีดคล่อม ว่าสำหรับสมัครบัตรเครดิตเท่านั้น เพื่อป้องกันไม่ให้เอกสารนั้นๆถูกนำไปใช้ใหม่ หรือนำไปใช้สมัครสินเชื่อหรือธุรกรรมอื่นๆ

แต่วิธีการที่ดีที่สุดและไม่ประมาทคือการสมัครด้วยตัวเองที่สาขาของสถาบันการเงินนั้นๆโดยตรง เพราะจะช่วยให้ปลอดภัยและยังช่วยให้ขั้นตอนการพิจารณาอนุมัติบัตรนั้นทำได้เร็วยิ่งขึ้น ทั้งนี้ทั้งนั้นเมื่อสมัครบัตรเครดิตผ่านแล้ว ก็มาถึงขั้นตอนการใช้บัตรเครดิตอย่างไรให้ปลอดภัยจากกลุ่มโจรที่คอยจะดักจับข้อมูลบัตรเครดิตของคุณ และเครื่องมือที่กลุ่มโจรจะเลือกใช้นั้นก็คือเครื่อง Skimmer

- เครื่อง Skimmer จะทำการคัดลอกข้อมูลส่วนตัวของผู้ถือบัตรโดยจะถูกบันทึกในแถบแม่เหล็กบนบัตรเครดิต จากนั้นจะนำข้อมูลที่ได้ไปทำการผลิตบัตรปลอมขึ้นมาอีกใบ โดยข้อมูลทั้งหมดจะตรงกับบัตรตัวจริง จากนั้นกลุ่มมิจฉาชีพจะนำบัตรที่ได้ทำการปลอมนั้นไปทำการซื้อสินค้าและบริการ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นในปัจจุบันบัตรเครดิตที่ออกโดยสถาบันการเงินได้ทำการพยายามเปลี่ยนจากแทบแม่เหล็กมาเป็นแบบฝังชิพแทน เพื่อลดปัญหาที่เกิดขึ้นให้กับผู้ถือบัตรได้มีความปลอดภัยมากขึ้น

- การขโมยบัตร วิธีนี้เกิดขึ้นได้ โดยการขโมยหรือวิ่งราวกระเป๋า เมื่อกระเป๋าถูกขโมยหรือบัตรเครดิตสูญหาย กลุ่มมิจฉาชีพจะรีบนำบัตรใบนั้นไปซื้อสินค้าและบริการทันที โดยในจังหวะนั้นเจ้าของบัตรควรรีบทำการติดต่อสถาบันการเงินเพื่อทำการอายัดบัตรทันที เพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มมิจฉาชีพสามารถนำบัตรไปใช้ได้

ทั้งนี้ทั้งนั้นการใช้บัตรเครดิตให้ปลอดภัยก็มีขั้นตอนที่ไม่ง่ายๆและควรจะปฎิบัติให้เป็นความเคยชินดังนี้

⒈ เริ่มจากการเก็บรักษาบัตรเครดิต บัตรประจำตัวประชาชน ใบขับขี่ และเอกสารสำคัญที่เกี่ยวข้องกับตนเอง ไว้ในที่ที่ปลอดภัยยากต้องการค้นหา และที่สำคัญรหัสผ่านต่างๆ ไม่ควรทำการจดเก็บไว้ในที่เดียวกันกับบัตร เพราะหากบัตรหรือกระเป๋าสูญหาย ผู้ที่เก็บได้จะทราบทันที่ว่าบัตรนั้นๆมีรหัสผ่านคืออะไร รวมถึงไม่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับบัตรเครดิตของตนเองกับผู้ที่ไม่น่าไว้วางใจ แม้แต่เพื่อนสนิทหรือเพื่อนที่ทำงาน ก็ไม่ควรให้ข้อมูลสำคัญเด็ดขาด ทั้งนี้ในการให้ข้อมูลจะต้องเป็นผู้ที่อยู่ในครอบครัวหรือคนใกล้ชิดเท่านั้น เพื่อในกรณีที่บัตรสูญหาย

⒉ ทำการจดหมายเลขสำคัญๆที่เกี่ยวกับสถาบันการเงิน โดยเฉพาะสายบัตรเครดิตที่ดูแลเรื่องบัตร เพื่อที่ในกรณีที่บัตรสูญหายหรือเกิดข้อมูลการใช้งานที่ผิดปรกติ จะสามารถทำการติดต่อกับเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลได้อย่างทันท่วงที หรือสามารถทำการอายัดบัตรได้ทันหากบัตรถูกขโมย

⒊ ทุกครั้งที่ทำการชำระค่าสินค้าหรือบริการด้วยบัตรเครดิต ไม่ควรปล่อยให้บัตรละไม่จากสายตาของตนเอง เพราะในจังหวะที่พนักงานนำบัตรไปรูดชำระนั้น จะเป็นการเปิดโอกาสให้บัตรถูกนำไปคัดลอกผ่านเครื่อง skimming ได้ โดยเฉพาะร้านค้าที่ไม่น่าไว้วางใจ

⒋ ไม่ควรใช้จ่ายผ่านบัตรในร้านที่ไม่น่าไว้วางใจ หรือร้านค้าที่มีประวัติไม่ดี เพราะถือเป็นการเพิ่มความเสี่ยงให้กับบัตรของคุณ เพราะบัตรอาจจะถูกคัดลอกหรือถูกนำข้อมูลของบัตรไปใช้ได้

⒌ ทุกครั้งที่ทำการใช้บัตรชำระค่าสินค้าและบริการควรทำการตรวจสอบความถูกต้องของรายการที่บันทึกในใบสลิปบัตรเครดิตทุกครั้ง ว่าจำนวนที่รูดนั้นตรงกับราคาสินค้าหรือไม่ เช่น จำนวนเงิน วันที่ได้ทำรายการ เลขที่บัญชีว่าตรงกับหน้าบัตร และที่สำคัญทุกครั้งที่ทำการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต ผู้ถือบัตรควรเก็บสำเนาสลิปบัตรเครดิตเอาไว้ใช้ในการตรวจสอบความถูกต้องกับใบเรียกเก็บบิลค่าบัตรจากสถาบันการเงิน และประโยชน์อีกอย่างคือเพื่อให้ผู้ถือบัตรทราบว่าเดือนนี้ตนเองใช้บัตรไปจำนวนเงินเท่าไหร่แล้ว เพื่อจะได้เตรียมเงินไว้สำหรับชำระค่าบัตรตามที่สถาบันการเงินเรียกเก็บได้

⒍ ไม่ควรทำการกดเงินสดออกมาจากตู้เอทีเอ็ม เพราะนอกจากจะเป็นการใช้บัตรเครดิตแบบผิดวัตถุประสงค์แล้ว ยังจะต้องเจอกับดอกเบี้ยที่สูงอีกด้วย เพราะการใช้เงินสดจากบัตรเครดิตจะมีอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 28% ต่อปี และดอกเบี้ยจะเดินทุกวัน รวมถึงการกดเงินจากตู้ก็ไม่มีความปลอดภัยในด้านของเครื่อง skimmer ที่ถูกติดไว้กับตู้เอทีเอ็ม ที่จะทำการคัดลอกข้อมูลของบัตรออกไปปลอมแปลงบัตรใบใหม่ วิธีการป้องกันคือ ทุกครั้งที่ทำการใช้บัตรผ่านตู้เอทีเอ็ม เมื่อใช้เสร็จแล้วจะนำบัตรออกมา ให้ทำการดึงบัตรออกเป็นสองจังหวะ คือดึงบัตรออกมาครึ่งใบก่อน จากนั้นรออีกสองถึงสามวินาทีแล้วค่อยดึงบัตรออกมาทั้งหมด เพราะเครื่อง skimmer จะทำการอ่านข้อมูลบัตรหากทำการดึงบัตรแบบพรวดพราด

จากที่กล่าวมาทั้งหมดคือกลโกงที่เกิดขึ้นจากการใช้บัตรเครดิตและสืบเนื่องมาจากการสมัครบัตรเครดิต อย่างไรก็ตามการสมัครบัตรเครดิตให้ปลอดภัยที่สุดก็คือสมัครด้วยตนเองที่สาขาของสถาบันการเงินนั้นๆ และมั่นป้องกันบัตรของตนเองให้ดี และไม่ผล่อยให้ข้อมูลบัตรไปอยู่กับบุคคลอื่นเด็ดขาด

PAGE TOP